วิธีคิดเงินเดือนตามสัดส่วน (Prorated Salary) พร้อมตัวอย่าง

วิธีคิดเงินเดือนตามสัดส่วน (Prorated Salary) พร้อมตัวอย่าง

เงินเดือนตามสัดส่วนคือการจ่ายเงินเดือนแบบได้ตามจำนวนวัน/เดือนที่ทำงานจริง ใช้กับพนักงานที่เริ่มงานกลางเดือน ลาออก หรือลางาน

สูตรคิดแบบรายวัน

เงินเดือนตามสัดส่วน = (เงินเดือนต่อเดือน ÷ จำนวนวันในเดือน) × วันที่ทำงานจริง

ตัวอย่างการคำนวณ

เงินเดือน 30,000 บาท เริ่มงานวันที่ 15 มกราคม (เดือนมี 31 วัน):

  • อัตรารายวัน = 30,000 ÷ 31 ≈ 967.74 บาท
  • ทำงาน 17 วัน (15-31 ม.ค.) → 967.74 × 17 ≈ 16,451.61 บาท

สูตรคิดแบบรายชั่วโมง/รายวันทำการ

บางบริษัทใช้ 30 วัน หรือเฉพาะวันทำการ (เช่น 22 วัน/เดือน) ตามนโยบาย:

  • 30,000 ÷ 30 = 1,000 บาท/วัน
  • 30,000 ÷ 22 = 1,363.64 บาท/วันทำการ

ใช้กับอะไรบ้าง

  • พนักงานเริ่มงาน/ลาออกกลางเดือน
  • ลางานโดยไม่รับค่าจ้าง (LWOP)
  • เปลี่ยนตำแหน่ง/ปรับเงินเดือนกลางเดือน

เคล็ดลับ

  • ถามนโยบายบริษัทก่อน (30 วัน หรือตามปฏิทิน)
  • ตรวจสอบว่าวันหยุดนักขัตฤกษ์นับเป็นวันทำงานหรือไม่

ลองใช้ เครื่องคำนวณเงินเดือนตามสัดส่วน เพื่อคำนวณทันที

ตารางเปรียบเทียบวิธีคิดแต่ละแบบ: ต่างกันแค่ไหน

เงินเดือน 30,000 บาท เริ่มงานวันที่ 21 กรกฎาคม (เดือนมี 31 วัน ทำงาน 11 วัน) เราลองคำนวณด้วยสามวิธีให้เห็นภาพชัด ๆ:

วิธีคิดตัวหารอัตราต่อวันทำงาน 11 วันผลลัพธ์
ตามปฏิทิน (31 วัน)31967.74 บาท967.74 × 1110,645.16 บาท
คิด 30 วันทุกเดือน301,000 บาท1,000 × 1111,000 บาท
เฉพาะวันทำการ (22 วัน)221,363.64 บาท1,363.64 × 1115,000 บาท

จะเห็นว่าเดือนเดียวกัน ทำงานวันเดียวกัน แต่ยอดต่างกันได้ถึงหลักพันบาท ขึ้นอยู่กับว่าบริษัทเลือกใช้ตัวหารแบบไหน — นี่คือเหตุผลที่เราย้ำเสมอว่าต้องดูนโยบายบริษัทก่อนเสมอ

ตัวอย่างเพิ่มเติม: กรณีลาออกกลางเดือน

สมมติพนักงานเงินเดือน 25,000 บาท ลาออกวันที่ 10 กุมภาพันธ์ (เดือนกุมภาพันธ์มี 28 วัน ทำงาน 10 วัน):

รายการการคำนวณยอดเงิน
อัตรารายวัน25,000 ÷ 28892.86 บาท
เงินเดือนส่วนที่ทำงาน892.86 × 108,928.57 บาท

สังเกตว่าเดือนกุมภาพันธ์มีแค่ 28 วัน ทำให้อัตรารายวันสูงกว่าเดือนอื่น เงินที่ได้ต่อวันจึงไม่เท่ากันทุกเดือนถ้าคิดตามปฏิทินจริง

ข้อผิดพลาดที่คนไทยพลาดบ่อย

จากที่ทีมงานเราทำเว็บและระบบให้ร้านอาหาร/SME ไทยมาหลายปี เจอจุดที่พลาดกันบ่อยอยู่ไม่กี่ข้อ:

  1. ใช้ 30 วันทุกเดือนโดยไม่เช็กนโยบาย — เดือนที่มี 31 วันหรือ 28 วัน ผลลัพธ์จะเพี้ยนไปจากที่ HR คำนวณ
  2. นับวันหยุดนักขัตฤกษ์รวมในวันทำงาน — บางที่นับ บางที่ไม่นับ ต้องยืนยันกับฝ่ายบุคคลก่อน
  3. ปัดตัวเลขเร็วเกินไป — การปัดอัตรารายวันเป็นจำนวนเต็มก่อนคูณ ทำให้ยอดสุดท้ายคลาดเคลื่อน เช่น 967.74 ปัดเป็น 968 แล้วคูณ 17 วัน จะต่างจากของจริง
  4. ลืมว่าการปรับเงินเดือนกลางเดือนต้องแยกคิดสองช่วง — ช่วงก่อนขึ้นเงินใช้อัตราเดิม ช่วงหลังใช้อัตราใหม่ แล้วบวกกัน ไม่ใช่เอาเงินเดือนใหม่คิดทั้งเดือน

สิ่งที่ผู้ใช้จริงถามเราบ่อย

ทีมงานเราได้รับคำถามเกี่ยวกับการคิดเงินเดือนตามสัดส่วนจากผู้ใช้เครื่องมืออยู่เป็นประจำ และคำถามส่วนใหญ่วนอยู่รอบเรื่องเดียวกัน คือ “วิธีไหนถูกต้องที่สุด” คำตอบที่เรามักตอบคือ ไม่มีวิธีใดถูกหรือผิด มีแต่วิธีที่บริษัทกำหนดไว้ในนโยบาย สิ่งสำคัญคือทั้งนายจ้างและลูกจ้างต้องใช้วิธีเดียวกันและสื่อสารกันให้ชัดตั้งแต่ต้น

อีกประเด็นที่เจอบ่อยคือความกังวลเรื่องความยุติธรรม — หลายคนรู้สึกว่าการคิดตามปฏิทินไม่แฟร์เพราะวันเสาร์อาทิตย์ก็ถูกหักด้วย มุมนี้เรามักอธิบายว่าถ้าตัวหารใหญ่ อัตราต่อวันจะต่ำลง แต่ก็เป็นมาตรฐานเดียวกันที่ใช้กับทุกคนในบริษัท ความสม่ำเสมอจึงสำคัญกว่าการเลือกวิธีใดวิธีหนึ่ง

คำถามที่พบบ่อย (Q&A)

ถ้าเดือนนั้นมีวันหยุดยาวหลายวัน เงินจะถูกหัดมากไหม? ถ