วิธีคำนวณแคลอรี่ที่เผาผลาญ ทำ step-by-step
2026-08-12
วิธีคำนวณแคลอรี่ที่เผาผลาญ ทำ step-by-step
คำนวณแคลอรี่ที่เผาผลาญด้วยตัวเองได้ใน 4 ขั้นตอน — ไม่ต้องใช้สูตรยาก แค่รู้สูตรพื้นฐาน:
แคลอรี่ = MET × น้ำหนัก (กก.) × ชั่วโมง
ขั้นที่ 1: หาน้ำหนักตัว (กก.)
ใช้หน่วยกิโลกรัม ถ้าชั่งเป็นปอนด์ ให้หาร 2.2 เช่น 154 ปอนด์ = 70 กก.
ขั้นที่ 2: เลือกกิจกรรม + ค่า MET
| กิจกรรม | ค่า MET |
|---|---|
| นั่งทำงาน | 1.0 |
| เดิน (5 กม./ชม.) | 3.5 |
| เดินเร็ว (6.5 กม./ชม.) | 4.3 |
| เวทเทรนนิ่ง | 5.0 |
| ว่ายน้ำ (ปานกลาง) | 5.8 |
| ปั่นจักรยาน (ปานกลาง) | 6.8 |
| วิ่ง (9 กม./ชม.) | 9.8 |
ขั้นที่ 3: แปลงเวลาเป็นชั่วโมง
- 30 นาที = 0.5 ชั่วโมง
- 45 นาที = 0.75 ชั่วโมง
- 60 นาที = 1 ชั่วโมง
ขั้นที่ 4: คูณเข้าด้วยกัน
ตัวอย่าง: น้ำหนัก 70 กก. วิ่ง 30 นาที
9.8 × 70 × 0.5 = 343 แคลอรี่
อีกตัวอย่าง: น้ำหนัก 60 กก. เดินเร็ว 45 นาที
4.3 × 60 × 0.75 = 193.5 แคลอรี่
เคล็ดลับ
- ค่า MET เป็นค่าเฉลี่ย — ตัวจริงอาจต่างตามความฟิตและภูมิประเทศ (ทางลาดเผาผลาญมากกว่า)
- ถ้าอยากได้ตัวเลขทันทีไม่ต้องคิดเอง ใช้ เครื่องคำนวณแคลอรี่ที่เผาผลาญ ของเรา — กรอกน้ำหนัก เลือกกิจกรรม ตั้งเวลา ได้ผลลัพธ์ทันที ฟรี
จากประสบการณ์ทีมงาน: ทำไมคนไทยถึงคำนวณแคลอรี่ผิดบ่อย
จากประสบการณ์ทำเว็บและระบบให้ร้านอาหาร/SME ไทยมาหลายปี ทีมงานเราเจอบ่อยมากว่าเจ้าของร้านอาหารสุขภาพหรือฟิตเนสท้องถิ่นมักถามเรื่องตัวเลขแคลอรี่ที่ลูกค้าถามเข้ามา ประเด็นที่พลาดกันมากที่สุดไม่ใช่สูตร แต่เป็น “หน่วย” และ “ค่า MET ที่เลือกผิดระดับ” ครับ หลายคนเผลอใช้น้ำหนักเป็นปอนด์คูณเข้าไปตรง ๆ ตัวเลขเลยพุ่งเกินจริงราว 2 เท่าทันที หรือไม่ก็เลือก MET ของ “วิ่งเหยาะ” ทั้งที่ตัวเองวิ่งช้าแบบเดินสลับวิ่ง ผลคือคิดว่าเผาผลาญเยอะกว่าความจริง
อีกจุดที่เราเห็นบ่อยคือการลืมว่าตัวเลขจากสูตรนี้เป็นค่าประมาณ ไม่ใช่ค่าแม่นยำระดับห้องแล็บ ควรใช้เป็น “เข็มทิศ” ในการวางแผนมากกว่าตัวเลขตายตัว เพราะอัตราการเผาผลาญของแต่ละคนต่างกันตามมวลกล้ามเนื้อ อายุ และความฟิตพื้นฐาน
ข้อผิดพลาดที่คนไทยพลาดบ่อย เช็กลิสต์ให้ครบก่อนคำนวณ
- ใช้ปอนด์แทนกิโลกรัม — ต้องหาร 2.2 ก่อนทุกครั้ง เช่น 132 ปอนด์ = 60 กก.
- คิดเวลาผิดหน่วย — สูตรต้องใช้ชั่วโมง ไม่ใช่นาที ครึ่งชั่วโมงคือ 0.5 ไม่ใช่ 30
- เลือก MET สูงเกินจริง — เดินสบาย ๆ ในห้างกับเดินเร็วแบบเหงื่อออก ค่าไม่เท่ากัน
- ลืมว่า MET ไม่รวมค่า BMR พื้นฐาน — สูตรนี้คือแคลอรี่ที่เผาผลาญ “เพิ่ม” จากกิจกรรมนั้น ๆ เท่านั้น
- เอาตัวเลขไปเทียบกับป้ายอาหารแบบตัวต่อตัว — ป้ายอาหารมักอ้างอิงถ้วย/หน่วยบริโภคของเขา ให้ชั่งตวงเองให้ชัดก่อนนำมาลบกัน
ตารางตัวอย่างคำนวณจริง: กิจกรรมยอดฮิตของคนไทย
เราลองยกตัวอย่างด้วยน้ำหนัก 65 กก. ซึ่งเป็นช่วงที่เจอบ่อย ให้เห็นภาพว่ากิจกรรมประจำวันแต่ละแบบให้ผลต่างกันแค่ไหน
| กิจกรรม | MET | น้ำหนัก (กก.) | เวลา (ชม.) | แคลอรี่ที่เผาผลาญ |
|---|---|---|---|---|
| นั่งทำงานหน้าคอม | 1.0 | 65 | 1 | 65 |
| เดินเล่นในห้าง | 3.5 | 65 | 1 | 227.5 |
| ปั่นจักรยานไปตลาด | 6.8 | 65 | 0.5 | 221 |
| เวทเทรนนิ่งที่ฟิตเนส | 5.0 | 65 | 1 | 325 |
| แบดมินตันเล่นกับเพื่อน* | 5.5 | 65 | 1 | 357.5 |
| วิ่งเช้า 9 กม./ชม. | 9.8 | 65 | 0.5 | 318.5 |
*ค่า MET กีฬาประเภทอื่น ๆ สามารถหาได้จากฐานข้อมูล Compendium of Physical Activities ที่เป็นที่ยอมรับกันทั่วไป หรือใช้ตัวเลือกในเครื่องมือของเราที่จัดกลุ่มไว้ให้แล้ว
จะเห็นว่าเดินเล่นในห้าง 1 ชั่วโมงได้ผลใกล้เคียงกับปั่นจักรยานครึ่งชั่วโมงเลยทีเดียว — ประเด็นคือ “เวลา” กับ “ความหนัก” แลกกันได้ ไม่จำเป็นต้องออกกำลังหนักเสมอถ้ามีเวลามากกว่า
สิ่งที่ผู้ใช้จริงถามเราบ่อย (Q&A)
ถาม: ตัวเลขที่ได้คือแคลอรี่ทั้งวันหรือเฉพาะกิจกรรม? ตอบ: เฉพาะกิจกรรมนั้น ๆ ครับ ร่างกายยังเผาผลาญพื้นฐาน (BMR) อยู่ตลอดเวลาแม้นอนหลับ ถ้าอยากได้ยอดรวมทั้งวันต้องบวกค่า BMR เข้าไปด้วย ซึ่งคำนวณจากส